ผู้เชี่ยวชาญในอังกฤษชี้โควิดสายพันธุ์เดลตา ร้ายกาจที่สุด และแพร่กระจายติดต่อได้เร็วที่สุด กว่าโควิดสายพันธุ์อื่นๆ ก่อนหน้าทั้งหมด
ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อแห่งชาติสหรัฐฯ เตือน ‘สงครามเปลี่ยนไปแล้ว’ พบโควิดเดลตา แพร่ติดต่อได้ง่ายที่สุด พอๆ กับโรคอีสุกอีใส และจะฉีดหรือไม่ฉีดวัคซีนก็แพร่เชื้อได้ อีกทั้งทำให้ป่วยรุนแรงมากขึ้น

ผอ. WHO เตือน ขณะนี้โควิดเดลตาระบาดไปยัง 132 ประเทศแล้ว เดือน ก.ค.พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นถึง 80% หวั่นชัยชนะของสงครามตกอยู่ในอันตราย หรือกำลังจะแพ้

ความร้ายกาจของเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์ สายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) กำลังแผลงฤทธิ์ ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งทะยานอย่างน่าวิตก โดยเฉพาะในเอเชีย หลายประเทศในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งไทย ไปจนถึงสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และสหราชอาณาจักร

บรรดานักวิทยาศาสตร์ได้พยายามไขปริศนาถึงศักยภาพความร้ายกาจของ เชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา นับตั้งแต่เชื้อไวรัสมรณะนี้ได้สร้างความตกตะลึงพรึงเพริด พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในอินเดียพุ่งทะยานกว่า 4 แสนรายติดต่อหลายวัน จนทำผู้คนตายเป็นใบไม้ร่วง ชนิดไม้เผาศพยังขาดแคลน

ชารอน พีค็อก นักจุลชีววิทยาในอังกฤษ ซึ่งพยายามศึกษาวิจัยการเรียงลำดับของจีโนมของเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์ต่างๆ ถึงกับเรียกเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา ว่า ‘เป็นเชื้อไวรัสโควิดที่มีความร้ายกาจรอบด้านที่สุด และแพร่กระจายติดต่อได้ง่ายที่สุด’ นับตั้งแต่เกิดการระบาดของเชื้อโควิด-19 เลยทีเดียว

ความเสี่ยงใหญ่ที่สุดของโลกเวลานี้ เป็นเพียงแค่เชื้อเดลตา

ชารอน พีค็อก กล่าวด้วยความกังวลว่า ‘ความเสี่ยงใหญ่หลวงที่สุดของโลกในเวลานี้ เป็นเพียงแค่เชื้อเดลตา’ เชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กลายพันธุ์จนมันกลายเป็นเชื้อโควิด-19 ที่เก่งกาจและอันตรายที่สุดในเวลานี้

ที่ผ่านมา นักไวรัสวิทยาทราบกันดีว่า เชื้อไวรัสมีวิวัฒนาการผ่านการกลายพันธุ์เพื่อให้เกิดสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งบางครั้งมันก็มีอันตรายกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิม

โดยเวลานี้กำลังเกิดความกังวลใจอย่างมากเกี่ยวกับเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา ที่ไม่ใช่เพียงแค่มันทำให้ผู้ติดเชื้อป่วยหนักขึ้น แต่มันยังแพร่ติดต่อง่ายมากขึ้นด้วย จากคนหนึ่งไปสู่คนหนึ่ง ซึ่งย่อมจะส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น และมีคนป่วยรุนแรงต้องเข้าโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกับคนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน

สำนักงานสาธารณสุขอังกฤษ รายงานเมื่อ 23 ก.ค. 64 พบว่า ในจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาล จำนวน 3,692 ราย ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตา ซึ่งในจำนวนนี้ 58.3% ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน และ 22.8% ได้รับวัคซีนต้านโควิดครบสูตรแล้ว

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอิสราเอล เปิดเผยว่า ขณะนี้พบผู้ป่วยด้วยโรคโควิด-19 ที่ต้องเข้าโรงพยาบาลถึง 60% ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว และส่วนใหญ่มีอายุกว่า 60 ปีขึ้นไป และผู้ติดเชื้อโควิดที่ต้องเข้าโรงพยาบาลมีปัญหาสุขภาพเรื้อรัง

ส่วนสหรัฐอเมริกา ซึ่งเคยเกิดการระบาดจนทำให้มียอดสะสมผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก ต้องหวนกลับมาเผชิญกับการพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เพิ่มขึ้น ซึ่งในจำนวนนี้ 83% เป็นการติดเชื้อสายพันธุ์เดลตา อีกทั้งผู้ที่ติดเชื้อเหล่านี้ส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนต้านโควิดถึงร้อยละ 97 โดยเมื่อวันที่ 30 ก.ค. สหรัฐฯพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่พุ่งถึง 101,098 ราย และเสียชีวิตเพิ่มอีก 429 ศพ ทำให้ยอดสะสมผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 35.7 ล้านราย และเสียชีวิต 629,315 ศพ

CDC เตือน โควิด ‘เดลตา’ แพร่กระจายติดเชื้อง่ายที่สุด

ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อแห่งชาติสหรัฐฯ (CDC) อธิบายถึงศักยภาพของเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลตา ว่า ติดเชื้อง่ายพอๆ กับโรคอีสุกอีใส ซึ่งถือเป็นเชื้อไวรัสที่แพร่ระบาดติดเชื้อง่าย ในอัตรา 1 ต่อ 8-9 ราย และทำให้ผู้ติดเชื้อมีอาการป่วยหนักกว่าเดิม

รายงานใหม่ของ CDC เกี่ยวกับเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลตาที่เผยแพร่อย่างเป็นทางการเมื่อวันศุกร์ที่ 30 ก.ค. ที่ผ่านมา ยังตอกย้ำว่าเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาเป็นเชื้อโควิดที่อันตรายกว่าเชื้อโควิดสายพันธุ์ก่อนหน้านี้

ที่น่ากังวลคือ ขณะนี้กำลังพบผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนติดเชื้อเพิ่มขึ้น และ CDC ก็พบว่าผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วยังสามารถเป็นคนแพร่ไวรัสโควิดสายพันธุ์เดลตาได้ด้วย

‘สงครามได้เปลี่ยนไปแล้ว’ คำเตือนของ CDC ในเอกสารภายในองค์กรที่อธิบายถึงความร้ายกาจของเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา ที่กำลังระบาดเหมือนไฟป่าไปยังคนที่ฉีดวัคซีนแล้ว และแม้แต่จากคนที่ฉีดวัคซีนไปยังคนอื่นก็ตาม

ชัยชนะสงครามโควิดตกอยู่ในอันตราย หรือกำลังจะพ่ายแพ้

นายเทดรอส อดานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) แถลง ในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา หรือในเดือน ก.ค.64 พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นถึง 80% ในภูมิภาคส่วนใหญ่ของโลก ในจำนวนนี้ผู้เสียชีวิตในทวีปแอฟริกาซึ่งได้รับการฉีดวัคซีนเพียง 1.5% เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 80

“การได้ชัยชนะในสงครามสู้โควิดตกอยู่ในอันตราย หรือกำลังแพ้ ระบบสาธารณสุขในหลายประเทศกำลังล้นไปด้วยผู้ป่วยจำนวนมาก” ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกกล่าวด้วยความกังวล

องค์การอนามัยโลก รายงานว่า เชื้อโควิดเดลตา ได้แพร่ระบาดพบผู้ติดเชื้อใน 132 ประเทศทั่วโลกแล้ว และกำลังกลายเป็นสายพันธุ์หลักของโลก

ไมค์ ไรอัน ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงขององค์การอนามัยโลกด้านสถานการณ์ฉุกเฉิน กล่าวว่า วัคซีนที่ได้รับการอนุมัติจากองค์การอนามัยโลกในขณะนี้ทั้งหมดสามารถคุ้มกันได้เป็นพิเศษต่ออาการป่วยรุนแรงและต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจากเชื้อโควิดกลายพันธุ์ทุกชนิด รวมทั้งสายพันธุ์เดลตา

ขณะที่ มาเรีย ฟาน เคิร์กโฮฟ หัวหน้าฝ่ายเทคนิคสถานการณ์โควิด-19 ขององค์การอนามัยโลก กล่าวว่า เชื้อโควิดสายพันธุ์เดลตา เป็นเชื้อที่แพร่ระบาดติดเชื้อได้ง่ายที่สุด และสามารถเกิดการติดเชื้อได้สูงกว่าเชื้อโควิดดั้งเดิมที่ระบาดครั้งแรกในเมืองอู่ฮั่น มณฑลเหอเป่ยของจีน ถึงประมาณ 50%.